Gravity Eyes ch4 [2][จบตอน]
posted on 07 Apr 2008 15:48 by ffman
ศีลธรรมประจำฟาร์มวันนี้: Silence is Golden
วาทะอมตะของชาร์ลส์ เดอ โกลล์ อดีตประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีความหมายว่าในสถานการณ์ที่ยิ่งพูดอาจยิ่งแย่ลง บางทีการเงียบและนิ่งฟังอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่านะคะ พระเจ้าสร้างปากมาหนึ่ง หูมาสอง เพื่อให้ฟังมากกว่าพูดอยู่แล้วค่ะ ^^
สวัสดีค่ะ ทักทายได้ไม่นานเพราะวันนี้คือพุธนรก และพรุ่งนี้คือพฤหัสฯ นรกเหมือนกัน คงเป็น 48 ช.ม.ที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่างาน นอน กิน ขอเผ่นไปสะสางงานก่อนนะคะ เกลียดวันหยุดค่า!!! หยุดยาวทีไรงานล้นมือแบบนี้ทุกทีเลย ย๊ากกกกกกกก!!
ขอบคุณท่าน Roux เป็นอย่างสูงค่ะ
หน้า 21 ต่อจากเมื่อวาน เคียวยะเริ่มเกิดความผูกพันกับคิริยะทีละนิด
หน้า 22 อุ๊ยเปียก งี้ต้องรีบไปอาบน้ำสิคะ หุหุ...
หน้า 23 ดูยิ้มซะหลาน นางเอ๊กนางเอกน้า
หน้า 24 เยี่ยมมากป๋า ว่าแต่เขากินกาแฟกันตอนเย็นด้วยเหรอเนี่ย เดี๋ยวก็นอนไม่หลับกันพอดี
หน้า 25 ผิดวิสัยป๋าจริงๆ ตกลงเรื่องที่เล่ามีผลกระทบจริงๆ สิเนี่ย
หน้า 26 หุหุ...งี้ต้องมีมุขนอนกอดกันให้หายกลัวจิ
หน้า 27 ป๋าเซ่อซ่าหกล้มบ้านตัวเองเหรอ
หน้า 28 เกิดอะไรขึ้นกับป๋า!! ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยอีกแล้วน้า
หน้า 29 ความจริงแบบว่า...แค่กลัวฟ้าผ่าเลยเป็นลมง่ะ...รึเปล่า
หน้า 30 อรั๊งงง...น่ารักจริงๆ นานๆ จะมีฉากโรแมนติกออกมาซะทีน้า
หน้า 31 เคียวยะคุงก็เป็นห่วงป๋าด้วย น่ารักมั่กๆ
หน้า 32 อารมณ์ไหนเนี่ยหลาน คนละเรื่องเดียวกันเลย พ่อหลานเขาฆ่าตัวตายนะ แต่ป๋าแค่ไม่สบายเอง
หน้า 33 มิลค์จังป่วยบ้างเหรอ หรือบิทเทอร์เป็นอะไร!
หน้า 34 กระโดดลงไปในอ้อมกอดเลยหลาน!
หน้า 35 แต่...ไม่เห็นโรแมนติกเลย
หน้า 36 หึหึ...งานนี้อุตส่าห์แขนหักแล้ว ถ้าไม่สวีทอีกเดี๋ยวโดนปลดทั้งคู่แน่
หน้า 37 (กุมขมับ)....เป็นห่วงเขาก็บอกเซ่เคียวยะว่า "ผมเป็นห่วง" สื่อสารทางอ้อมแบบใช้อารมณ์เยี่ยงนี้เมื่อไหร่จะรู้เรื่องกันฟระ!! ของขึ้นนนนนน!!!
หน้า 38 แต่ป๋าเขาไม่ได้ฆ่าตัวตายน้า!! หลานอย่าเหมารวมซี่
หน้า 39 (ตบหน้าผากอีกแปะ)....บอกป๋าเขาสิหลาน ว่า "ผมเป็นห่วง" ย๊ากกกกก!!!
...แค่ reflect feeling น่ะทำไม่เป็นเรอะ!! การพูดแบบนี้ถือเป็น blaming หรือต่อว่าแบบหนึ่งค่ะ ประมาณว่า "เพราะคุณไม่บอกผมก็เลยทำให้ผมต้องกลุ้มใจว่าคุณจะตายเหมือนพ่อหรือเปล่า" อ๊ากกกกกกก!!!
หน้า 40 แต่...ทางแก้ที่ถูกต้องคือป๋าคิริยะจะต้อง rephrasing ค่ะ คือปรับประโยคและเข้าใจในสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้การกระทำของเคียวยะ แล้วก็บอกว่า..."เธอเป็นห่วงฉันใช่ไหม" (ถึงได้วีนแตกขนาดนี้) ต้อง reflect ให้เคียวยะเรียนรู้การแสดงความรู้สึกเป็นห่วงค่ะ แต่ทำไมตอนอยู่กับโฮมุระพูดได้? ยังกับเคียวยะคนละคนกัน
แต่...ป๋าก็ไม่ทำ ป๋าดันเล่าเรื่องตัวเองต่อซะนี่ (ตบหน้าผากอีกแปะ)
ทำไม ffman อ่านเรื่องนี้แล้วปวดกบาลอย่างไม่ทราบสาเหตุค่ะ (สงสัยอินเกินไป) แต่เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่อ่านแล้ววิชา psychology of effective communication (จิตวิทยาการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ) ไหลออกมาเป็นน้ำตก คิดว่าถ้าเอาเคียวยะกับคิริยะไปเป็นข้อสอบ ffman คงต้องงัดทฤษฎีทั้ง 4 schools ที่เรียนมาใช้ได้ครบเกือบทุกทฤษฎีเลยค่ะ เพราะเล่นป่วยกันครบเกือบทุกแบบ เฮ้อ...
ชาวฟาร์มต้องเอาใจช่วยคู่นี้แล้วค่ะ ระหว่างที่เคียวยะโหยหาความอบอุ่น คิริยะดันเปิดแผลให้เคียวยะดูอีก เราอาจคาดหวังว่าสองคนนี้จะเลียแผลซึ่งกันและกันได้ แต่มันจะทำได้ยังไงเล่า!! คนจมน้ำสองคนช่วยกันฉุดกันเองก็ตายทั้งคู่พอดี!! คนนึงต้องมีหลักยึดให้มั่นคงก่อนตะหากถึงจะช่วยอีกคนได้!!
เฮ้อ....อ่านแล้วนึกขอบคุณครูบาอาจารย์ที่สอนวิชานี้จริงๆ ขอบคุณนะค๊า!! อาจารย์ทำให้หนูมองเห็นหัวใจมนุษย์แล้วค่า!!
ท่าน Roux ฝากบอกว่าคำแปลภาษาอังกฤษหมดแค่นี้ค่ะ ต้องรอเขาแปลต่อนะคะ แต่พรุ่งนี้มีตอนพิเศษของเคียวยะสมัยเพิ่งเอนท์ติดค่ะ น่ารักมั่กๆ!! โปรดติดตามนะคะ
edit @ 9 Apr 2008 08:37:23 by FFman

มีปมชีวิตทั้งคู่เลย
แบบนี้ยิ่งเห็นอกเห็นใจกันเลยชิมิค่ะ
หุ หุ
#1 By zeeza (58.8.123.64) on 2008-04-09 08:54